เครื่องชั่งดิจิตอลกับเรื่องในครัว

เป็นปกติที่เรื่องในครัวนั้น จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับการชั่งตวงอาหาร สัดส่วน ปริมาณต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักโดยการทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ จำเป็นต้องใช้การตวงน้ำหนักส่วนผสมในอาหารอย่างละเอียด และคำนวณปริมาณแคลอรีในแต่ละมื้ออาหาร ที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงทำอาหารคาว อาหารหวาน ขนมปัง เค้ก หรือเบเกอรี่และอื่นๆ เครื่องชั่งดิจิตอล จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในห้องครัว
วิธีการเลือกใช้เครื่องชั่งดิจิตอลในห้องครัว
ในการทำอาหารบางประเภท หรือการทำขนมบางชนิด เราอาจต้องการความละเอียดในการวัด เช่น แป้ง น้ำตาล เกลือและเครื่องปรุงจำนวนที่พอเหมาะพอดี เพราะการทำอาหาร หรือทำขนมอย่างเช่นเค้ก บราวนี่ หรือคุกกี้ ถ้าหากมีความคลาดเคลื่อนของส่วนผสมเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้รูปร่างรูปทรง หรือรสชาติเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงสิ่งที่คุณต้องการชั่งเป็นหลักก่อน
1.เลือกเครื่องชั่งดิจิตอลจากน้ำหนักสูงสุด

เนื่องจากเครื่องชั่งดิจิตอลมีข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนักสูงสุดที่สามารถชั่งได้ ขั้นแรกคุณควรสำรวจก่อนว่า อาหารที่ปรุงในชีวิตประจำวันมีน้ำหนักประมาณเท่าไหร่ สำหรับการทำอาหารทั่วไปสำหรับสูตรเครื่องปรุง หรือปริมาณของแป้ง ซอส และวัตถุดิบที่สำหรับใช้ทำอาหาร การเลือเครื่องชั่งมีมีพิกัดรองรับได้สูงสุด 1-2 กิโลกรัมก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าหากมีสมาชิกในครอบครัวเป็นจำนวนมาก หรือต้องการใช้เครื่องชั่งสำหรับทำการค้าขาย หรือต้องการชั่งสิ่งของต่างๆที่ไม่ใช่ส่วนผสมอาหารเพียงอย่างเดียว หากต้องการความคุ้มค่า ควรเลือกเครื่องชั่งดิจิตอลที่ชั่งได้สูงสุด 3 กก. ขึ้นไปจนถึง ถึง 5 กิโลกรัมจึงถือว่าเหมาะสม
2.เลือกเครื่องชั่งดิจิตอลที่สามารถชั่งได้ตั้งแต่ 0.1 กรัม
เครื่องชั่งดิจิตอลแต่ละยี่ห้อ/รุ่นนั้นจะมีหน่วยของการแสดงผลขั้นต่ำที่แตกต่างกันไป บางรุ่นแสดงค่าละเอียดได้ 1 กรัม ในขณะที่บางรุ่นแสดงได้ละเอียดกว่าถึง 0.1 กรัม ในกรณีที่เราชั่งอาหารที่มีน้ำหนัก 100 กรัม หรือ 200 กรัม ถ้าหากน้ำหนักเกิดการคลาดเคลื่อนไป 1 กรัมก็คงไม่ได้ดูแตกต่างกันมากนัก แต่หากชั่งวัตถุที่มีน้ำหนัก 1.5-3 กรัมด้วยเครื่องชั่งที่ชั่งน้ำหนักได้ต่ำสุด 1 กรัม เครื่องชั่งนั้นอาจจะแสดงผลอย่างคร่าวๆให้เราเห็นอยู่ที่ 2 กรัม ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณทำอาหารที่จำเป็นต้องวัดตวงส่วนผสมด้วยความละเอียดแม่นยำ และเพื่อให้รสชาติไม่คลาดเคลื่อน ควรเลือกเครื่องชั่งอาหารที่ชั่งน้ำหนักที่มีค่าละเอียดตั้งแต่ 0.1 กรัมขึ้นไป เพราะไม่ว่าจะชั่งน้ำหนักของเกลือหรือผงฟลูก็สามารถชั่งได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งช้อนตวงแต่อย่างใด
3.เลือกเครื่องชั่งดิจิตอลที่มีฟังก์ชันตัดน้ำหนักภาชนะ

การชั่งน้ำหนักของวัตถุดิบที่มีความละเอียด อย่างเช่นผงแป้ง หรือ ปริมาณน้ำ นั้น เราจะเป็นต้องมีภาชนะสำหรับใส่วัตถุดิบเหล่านั้น ในการชั่งน้ำหนักจากเครื่องชั่งดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว ชาม และทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีน้ำหนักในตัวของมันเอง ฟังก์ชันตัดน้ำหนักภาชนะรองชั่ง (TARE) คือฟังก์ชั่นที่เอาไว้ใช้หักลบ ค่าภาชนะของสิ่งเหล่านั้น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดเลขในใจ ว่า หักลบค่าภาชนะแล้วเหลือเท่าไหร่ เราตวงถึงปริมาณที่ต้องการแล้วหรือยัง นอกจากนี้ เมื่อต้องการเพิ่มส่วนผสมที่กำลังวัดอยู่ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ได้อย่างไม่คลาดเคลื่อน ดังนั้น ในการเลือกซื้อเครื่องชั่ง ควรเลือกครื่องชั่งที่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ด้วยก็จะเป็นการดีและประหยัดเวลาในการทำอาหารไปได้เยอะพอสมควร สำหรับเครื่องชั่งดิจิตอลทั่วไปที่ไม่มีฟังก์ชั่นนี้ เราก็เพียงแค่วางภาชนะรองชั่งไปบนเครื่องชั่งดิจิตอลก่อน แล้วค่อยกดเปิดเครื่อง เพียงเท่านี้เครื่องชั่งก็จะนับภาชนะที่ใช้รองชั่งเป็นศูนย์และจะนับน้ำหนักของปริมาณของที่ต้องการจะชั่งเท่านั้น
4.การออกแบบ และ รูปลักษณ์
สำหรับเครื่องชั่งในครัว แน่นอนอยู่แล้วว่า ควรเลือกเครื่องชั่งที่เป็นแบบดิจิตอล มากกว่าแบบเข็ม เพราะเครื่องชั่งดิจิตอล สามารถใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถให้ค่าน้ำหนักที่เที่ยงตรง เป็นจุดทศนิยมถึง 2 ตำแหน่ง ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้การกะปริมาณเอาตามความเคยชินเหมือนเครื่องชั่งแบบเข็ม อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ การเลือกใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีไฟ Back Light จะยิ่งทำให้มองเห็นตัวเลขได้ง่ายขึ้น และชัดเจนขึ้นในที่มืด สำหรับโครงสร้างภายนอก ควรเลือกโครงสร้างที่มีความแข็งแรง อาจจะผลิตจากสแตนเลสด้วยจะยิ่งดี เพราะ จะได้ไม่เกิดสนิม โดยเฉพาะถาดรองชั่งนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้วัสดุพวก สแตนเลสเพราะ ทนทานต่อการสึกกร่อน ไม่เป็นสนิมและทำความ สะอาดง่าย เครื่องชั่งที่ดีนั้นจะต้องมีขนาดที่กะทัดรัด หยิบจับ กระชับมือ และจัดเก็บได้ง่าย สามารถหยิบ และถือมาใช้งานได้สะดวก ไม่หนักจนเกินไป เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน
5.ราคาเครื่องชั่ง
เครื่องชั่งนั้นมีหลายเกรด หลายราคา ควรเลือกซื้อตามงบประมาณที่เรามี และดูว่า แบบไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวเราและครอบครัว แต่ก็ไม่ควรเลือกซื้อในราคาเครื่องที่ถูกจนเกินไป เพราะบางครั้ง เครื่องชั่งที่ราคาถูกมากอาจขาดคุณภาพ และ เสียง่าย ใช้ได้ไม่นานก็พังแล้ว ราคาที่เหมาะสม อาจจะเริ่มต้นที่ราคา 300-1000 บาท สำหรับเครื่องขนาดเล็ก ที่ไม่ได้เน้นความละเอียดมากมายเท่าไหร่นัก แต่ หากจำเป็นต้องใช้ ทุกวัน เป็นเวลายาวนาน หรือจำเป็นต้องใช้แบบสมบุกสมบัน การเลือกเครื่องชั้งที่มีราคา สูงหน่อยพร้อมการรับประกัน ย่อมคุ้มค่ามากกว่า
วิธีการเก็บรักษาเครื่องชั่งดิจิตอล
นอกจากนี้ ในกรณีที่ต้องการเก็บเนื้อสัตว์เพื่อหมักที่ผ่านการปรุงตามสูตร เครื่องชั่งก็จำเป็นเช่นกัน แม้กระทั่ง คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและจำกัดการกินในแต่ละมื้อ เครื่องชั่งก็จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการประกอบอาหารทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสไตล์และแบบแผนในการทำอาหารของแต่ละคน
กรณีเครื่องชั่งดิจิตอลไม่ตรง มีวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง?

ที่มา my-best.in.th




พอพูดถึงเครื่องชั่ง เด็กๆที่เติบโตมาในยุคก่อนปี 2000 คงคุ้นชินกับเครื่องชั่งน้ำหนักแบบเข็มในโรงเรียน หรือไม่ก็เครื่องชั่งสปริงแบบเข็มทั่วไป เราอาจจะรู้้จักกันดี นั่นก็คือ เครื่องชั่งที่เมื่อวางของลงในตาชั่งแล้วน้ำหนักก็จะลงมาที่เข็ม ใช้ชั่งเนื้อสัตว์, ชั่งผักในตลาดสด เป็นเครื่องชั่งที่คงอยู่คู่ความเป็นไทยมาอย่างยาวนาน มีการใช้งานมารุ่นต่อรุ่นตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตา ยาย และเป็นที่นิยมทั่วไปในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เนื่องจากมีราคาไม่สูงมาก อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด












เครื่องชั่งน้ำหนักเหมาะสำหรับชั่ง น้ำหนักพืชผลทางการเกษตรเช่น ชั่งน้ำหนักข้าวโพด ชั่งน้ำหนักข้าวสาร ชั่งน้ำหนักปุ๋ย ชั่งน้ำหนักอาหารสัตว์ ชั่งของเก่า ชั่งตะกร้าผลไม้ หรือใช้ชั่งน้ำหนักอื่นๆ ตามความต้องการ เครื่องชั่งน้ำหนักเป็นเครื่องชั่งแบบดิจิตอล มีการแสดงผลเป็นแบบตัวเลข มีแท่นชั่งสามารถตั้งพื้นได้ สะดวกต่อการใช้งาน มีความแม่นยำสูง แข็งแรง ทนทาน












ทุกวันนี้ผู้คนต่างก็ใช้เครื่องชั่งดิจิตอล ทั้งสำหรับผู้ใช้ในเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และผู้ใช้ภายในครัวเรือน เกือบทุกครัวเรือนต่างก็มี เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล ในห้องครัวก็จะมีเพื่อใช้ตวงส่วนผสมของสูตรอาหารให้มีความแม่นยำ เเละตรงสูตรมากขึ้น หรือไม่ก็วางไว้หน้าห้องน้ำ หรือห้องนอนเพื่อใช้ตรวจสอบน้ำหนักของพวกเขา แม้แต่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุปกรณ์เหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการในการใช้งาน เนื่องจากมีความรวดเร็วและแม่นยำเป็นพิเศษในการชั่งน้ำหนัก
ในศตวรรษที่ 17 มีการออกแบบ และพัฒนาเครื่องชั่งให้มีความทันสมัย วิธีในการชั่งน้ำหนัก ยังแตกต่างกันไป ตามสถานที่ เวลา และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องชั่งเชิงกล, เครื่องชั่ง Roberval, เครื่องชั่งวิเคราะห์, เครื่องชั่งลูกตุ้มสัญลักษณ์, เครื่องชั่งวัดแรง (น้ำหนัก), เครื่องชั่งเชิงกล, เครื่องชั่งดิจิตอล, เครื่องชั่งสปริงไฮบริด และเครื่องชั่งสมดุล และอื่นๆอีกมากมาย มีเครื่องชั่งหลายประเภท ที่ใช้ในการชั่งน้ำหนัก และตอบสนอง ความต้องการ ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ
“เครื่องชั่งดิจิตอล” พอเราเห็นคำว่าดิจิตอลเราก็ให้เครดิตแก่มันไปเสียแล้ว ความรู้สึกอย่างแรกที่สำผัสได้อย่างชัดเจนเลยก็คือการให้ค่าความแม่นยำสูง การชั่งตวงน้ำหนักที่มีความละเอียดกว่า หรือการชั่งน้ำหนักของสิ่งที่มีน้ำหนักเบาและไม่สามารถที่จะนับจำนวนได้ ยกตัวอย่างการทำขนมการชั่งส่วนผสม มันก็หมดยุคที่ต้องใช้ถ้วยตวงแล้วมั้ย ในเมื่อเราจะเสียเงินซื้ออะไรสักอย่างก็จะต้องคุ้มค่า ถ้าหากว่าเรามีเครื่องชั่ง เราก็สามารถชั่งได้ทั้งหมด อยากชั่งอะไรก็ชั่ง มันคุ้มกว่า